วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

การวางแผนและจัดองค์การของระบบ OA งานครั้งที่3

การวางแผนระบบสำนักงานอัตโนมัติ คือ การศึกษารายละเอียดทั้งหมดของระบบสำนักงานปัจจุบันเพื่อนำไปประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจสำหรับกำหนดทิศทางหรือแนวทางในการปฏิบัติที่เหมาะสม ที่จะเปลี่ยนแปลงระบบสำนักงานในขณะนั้นไปสู่การเป็นระบบสำนักงานอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่าเดิม
ผู้บริหารระดับสูงอาจมีการเช็คสอบโดยใช้ใบตรวจรายการ (Checklist) เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เช่น ความสามารถของระบบ ตัวเครื่อง หน่วยความจำ การฝึกอบรม การดูแลรักษา เป็นต้น เพื่อช่วยในการเลือกซื้อ และตัดสินใจนอกจากนั้นมักให้ความสำคัญกับการประสานสำนักงานเป็นหนึ่งเดียว (coordinated office) คือมีระบบเชื่อมโยงทุกด้านหรือพูดง่ายๆ คือ OA ที่แท้จริง
หลังจากการวางแผนกำหนดระบบ OA แล้วต้องมีการจัดองค์การเพื่อติดตั้งในสถานที่ให้เหมาะสม ในบริษัทขนาดเล็กที่ใช้เพียง minicomputer อาจให้ผู้บริหารสำนักงานรับผิดชอบโดยจัดตั้งในศูนย์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก แต่สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ ต้องมีหน่วยงานรองรับโดยเป็นศูนย์สารสนเทศส่วนกลางประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ นักวิเคราะห์ โปรแกรมเมอร์ และผู้ปฏิบัติงานคอมพิวเตอร์ซึ่งจะดูแลงานส่วนกลางและรายงานต่อผู้อำนวยการฝ่ายระบบสารสนเทศหรือผู้บริหารระดับโดยตรงการจัดตั้งองค์การเพื่อระบบงาน OA ขึ้นอยู่กับขนาดของคอมพิวเตอร์และเป้าหมายที่กำหนดไว้สำหรับระบบ ซึ่งควรมีการจัดระบบการฝึกอบรมและการแนะนำดูแลพนักงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เกิดการระมัดระวังและไม่เกิดผลกระทบเชิงลบ ผู้บริหารสำนักงานต้องให้ความสนใจตามประสิทธิภาพ การใช้อุปกรณ์ในระบบ อาจใช้สื่อภายในสำนักงาน

แหล่งที่มา http://school.obec.go.th/t3udon/oa1.htm

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะ งานชิ้นที่2

อาคารอัจฉริยะคือ
อาคารตึกฉลาดคือ “อาคารที่มี เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นสมองส่วนกลาง มีระบบประสาทที่เป็นสายไฟฟ้าและสายสัญญาณ พร้อมอุปกรณ์ตรวจจับอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Sensors) อยู่ ตามบริเวณ ต่างๆ ทั่วอาคาร คอยเป็นหูเป็นตาให้กับระบบคอมพิวเตอร์ที่จะสามารถตรวจสอบ,รายงานและควบคุมอุปกรณ์ของอาคารได้ตลอดเวลา โดยเจ้าของอาคาร และ ผู้ใช้งานสามารถใช้ประโยชน์จากการควบคุมนี้ โดยการสั่งการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆได้จากศูนย์ควบคุมส่วนกลางนั่นเอง นอกจากนั้น คอมพิวเตอร์ และ ระบบ สื่อสารส่วนกลางยังใช้ประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารข้อมูลระหว่างผู้ใช้งานในอาคารนั้นๆอีกด้วย” คำจำกัดความอื่นๆ เช่น “อาคารอัจฉริยะคืออาคารที่ได้รับการออกแบบโดยใช้เทคนิคการก่อสร้างที่ก้าวหน้า มี ความแตกต่าง จาก อาคารธรรมดา ในทุกๆแง่ มีการติดตั้งอุปกรณ์ ที่รับรู้ ข้อมูลต่างๆ ของอาคาร โดยข้อมูลนั้นจะถูกส่งไปยังระบบประมวลกลาง ซึ่งมีความสามารถ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ที่ได้รับ แล้ว สั่งการ ให้ระบบของอาคาร ปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยผลที่ต้องการคือผู้ใช้งานอาคารได้รับผลประโยชน์สูงสุด” ซึ่ง จะว่าไปแล้ว อาคารอัจฉริยะ จะต้องทำงานได้คล้ายสิ่งมีชีวิตคือมีการรับรู้และสามารถตอบสนองกับสิ่งเร้าทั้งจากภายในและภายนอก อีกทั้ง สามารถปรับตัว ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ตนเองมีการใช้ชีวิตได้อย่างปรกติสุขนั้นเอง เป็นอาคารสำนักงานสมัยใหม่สำหรับปัจจุบันและอนาคต เพื่อรองรับการทำงานที่ทันสมัยในรูปแบบใหม่ อาคารอัจฉริยะทำให้นักธุรกิจได้รับความสะดวกและรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มีระบบการทำงานแบบครบวงจร อาคารอัจฉริยะเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เน้นการใช้พื้นที่ในสำนักงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานสำนักงานมากที่สุด ประเทศในแถบทวีปยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่นได้นำเอาแนวความคิดนี้ไปใช้ในการทำงานโดยเอาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดหรือที่เรียกว่าไฮเทคไปใช้ในอาคาร ในยุคการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงในปัจจุบันทำให้ผลักดันให้เกิดอาคารสำนักงานอัตโนมัติมากขึ้นเพื่อให้สามารถแข่งขันและอยู่รอดได้



อาคารในยุคต้นทศวรรษที่ 80 รูปที่ 1 อาคาร Lloyds Building ออกแบบโดย Richard


อาคารยุคปลายทศวรรษที่ 90รูปที่ 2 อาคาร IBM Century Tower ออกแบบโดย Foster

อาคารที่กำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบอาคารยุคต้นทศวรรษที่ 90รูปที่ 3
อาคาร Twin 21 Building อาคารนี้ตั้งอยู่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น


อาคารอัจฉริยะจะมีระบบต่าง ๆ เป็นส่วนประกอบมากมายและสามารถทำงานได้อย่างสัมพันธ์กันไม่ว่าเป็นด้านระบบปรับอากาศ ระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ระบบแสงสว่าง ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบสาธารณูปโภคอื่น ๆ รวมทั้งระบบสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งจะเป็นต้องอาศัยการออกแบบอาคารที่มีการวางแผนอย่างดีและสัมพันธ์กันทุกระบบ
การจัดระดับอาคารอัจฉริยะตามเทคโนโลยีที่ใช้ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้
ระดับ 0 เป็นอาคารธุรกิจที่มีระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติที่ควบคุมระบบต่าง ๆ ไม่มากนักและมีระบบคอมพิวเตอร์ใช้งานอย่างอื่น แต่ละระบบทำงานไม่ขึ้นแก่กันแยกกันโดยสิ้นเชิง
ระดับ 1 เป็นอาคารอัจฉริยะระดับเล็กที่สุด มีระบบควบคุมอัตโนมัติ ควบคุมระบบต่าง ๆ ไม่มากนัก และการใช้งานร่วมกับระบบอื่นเป็นแบบง่ายทางด้านฮาร์ดแวร์ และมีการใช้ระบบเครือข่ายภายใน (LAN) ในการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน
ระดับ 2 เป็นอาคารอัจฉริยะระดับกลาง มีระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติและการใช้งานร่วมกับระบบอื่น ๆ อย่างแท้จริง ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ และมีการใช้ระบบเครือข่ายภายใน (LAN) ในการเชื่อมโยงกับระบบสำนักงานอัตโนมัติ
ระดับ 3 เป็นอาคารอัจฉริยะระดับสูงสุด เป็นการใช้ระบบร่วมกันกับระบบควบคุมอาคาร ระบบสำนักงานอัตโนมัติ และระบบโทรคมนาคมเข้าด้วยกันทั้งหมด เทคโนโลยีที่ใช้ในอาคารสำนักงานอัตโนมัติหลัก ๆ ได้แก่ การใช้สายเคเบิลใยแก้วนำแสงเป็นสายหลัก (Backbone) เชื่อมโยงกับอินเตอร์เน็ต ระบบโทรศัพท์แบบสายตรงและระบบตู้สาขาอัตโนมัติต่อเข้าตรง (Direct Inward Dialing: DID) หรือใช้อุปกรณ์ตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติโดยไม่ต้องผ่านโอเปอเรเตอร์ ระบบปรับอากาศแบบประหยัดพลังงาน ระบบโอโซนฆ่าเชื้อโรคในอากาศ ระบบกระจกสองชั้นทุกด้าน (Double reflective glass) เพื่อป้องกันเสียงและการถ่ายเทความร้อนจากภายนอก มีช่องติดตั้งระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต ลิฟต์ความเร็วสูง ระบบศูนย์กลางเวลา (Master Time Clock System) ระบบน้ำดื่มส่วนกลางที่สะอาดปราศจากเชื้อโรค สำนักงานไร้กระดาษ (Paperless) ระบบการควบคุมการเข้าออกอาคารอัตโนมัติ (Access control) ระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ระบบไฟฟ้าสำรอง (Uninterruptible Power Supply: UPS) ฯล








วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เทคโนโลยีหลักสำหรับงานสำนักงานอัตโนมัติ

ทคโนโลยีหลักสำหรับงานสำนักงานอัตโนมัติมีอยู่ 3 ประเภท คือ
1. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ หมายถึง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหมด

2. เทคโนโลยีสำนักงานได้แก่ เครื่องพิมพ์ดีดที่ทำสำเนาได้หลายชุด เครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น
3. เทคโนโลยีการสื่อสารได้แก่ โทรศัพท์ การสื่อสารผ่านดาวเทียม

แหล่งที่มา http://school.obec.go.th/t3udon/oa1.htm

ประโยชน์ของสำนักงานอัตโนมัติ

ประโยชน์ของสำนักงานอัตโนมัติ
- ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย
-ช่วยลดต้นทุนในการบริหาร เนื่องจากภายในสำนักงานอัตโนมัติสามารถใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมและช่วยเหลือการทำงานได้หลายหน้าที่ ทำให้มีต้นทุนในการดำเนินการต่ำ (ลดจำนวนกำลังคน)
-ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสาร ทำให้สามารถรับข้อมูลและส่งต่อข้อมูลได้อย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีสื่อสาร ดังนั้นการประชุมจึงสามารถใช้อุปกรณ์สื่อสารเพื่อการประชุมทางไกลได้ด้วย
-ประหยัดพื้นที่ในการเก็บข้อมูล การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในสำนักงานอัตโนมัติทำให้สามารถเก้บข้อมูลได้เป็นจำนวนมากโดยอาศัยพื้นที่เพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ยังลดปริมาณการใช้กระดาษลงด้วย
-เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
-การจัดพิมพ์เอกสาร สามารถใช้เวลาน้อยลงและสะดวกขึ้น
-การดำเนินงานต่าง ๆ เกี่ยวกับเอกสารและสารสนเทศเป็นระบบมากขึ้น
- ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องและรวดเร็ว คือ การทำงานมีความถูกต้องแม่นยำ เนื่องจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาใช้ในสำนักงานอัตโนมัติสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและถุกต้อง
-ผู้ปฏิบัติงานมีความภาคภูมิใจในสำนักงานและหน่วยงานมากขึ้น
-หน่วยงานและสำนักงานมีภาพลักษณะดี
-สำนักงานอัตโนมัติช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ปรากฏต่อบุคคลภายนอก
-สร้างความน่าเชื่อถือต่อหน่วยงานอื่น ๆ

แหล่งที่มา http://gotoknow.org/blog/yellowwork2/206738?class=yuimenuitemlabel

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ความหมายของสำนักงานอัตโนมัติ(งานชิ้นที่1)

สำนักงานอัตโนมัติ หมายถึง วิธีการนำคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานมาเชื่อมโยงด้วยกันด้วยระบบสื่อสารข้อมูล เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในสำงานสามารถทำงานด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว และสะดวก สบาย ทั้งในด้านการผลิต และการเรียกค้นเอกสาร การประมวลผลข้อมูล การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงานทังภายในและภายนอกสำนักงาน การจัดงานนัดหมาย การประชุมและการตัดสินใจ

แหล่งที่มา
http://itsc2506.igetweb.com/index.php?mo=3&art=181645