อาคารอัจฉริยะคืออาคารตึกฉลาดคือ “อาคารที่มี เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นสมองส่วนกลาง มีระบบประสาทที่เป็นสายไฟฟ้าและสายสัญญาณ พร้อมอุปกรณ์ตรวจจับอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Sensors) อยู่ ตามบริเวณ ต่างๆ ทั่วอาคาร คอยเป็นหูเป็นตาให้กับระบบคอมพิวเตอร์ที่จะสามารถตรวจสอบ,รายงานและควบคุมอุปกรณ์ของอาคารได้ตลอดเวลา โดยเจ้าของอาคาร และ ผู้ใช้งานสามารถใช้ประโยชน์จากการควบคุมนี้ โดยการสั่งการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆได้จากศูนย์ควบคุมส่วนกลางนั่นเอง นอกจากนั้น คอมพิวเตอร์ และ ระบบ สื่อสารส่วนกลางยังใช้ประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารข้อมูลระหว่างผู้ใช้งานในอาคารนั้นๆอีกด้วย” คำจำกัดความอื่นๆ เช่น “อาคารอัจฉริยะคืออาคารที่ได้รับการออกแบบโดยใช้เทคนิคการก่อสร้างที่ก้าวหน้า มี ความแตกต่าง จาก อาคารธรรมดา ในทุกๆแง่ มีการติดตั้งอุปกรณ์ ที่รับรู้ ข้อมูลต่างๆ ของอาคาร โดยข้อมูลนั้นจะถูกส่งไปยังระบบประมวลกลาง ซึ่งมีความสามารถ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ที่ได้รับ แล้ว สั่งการ ให้ระบบของอาคาร ปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยผลที่ต้องการคือผู้ใช้งานอาคารได้รับผลประโยชน์สูงสุด” ซึ่ง จะว่าไปแล้ว อาคารอัจฉริยะ จะต้องทำงานได้คล้ายสิ่งมีชีวิตคือมีการรับรู้และสามารถตอบสนองกับสิ่งเร้าทั้งจากภายในและภายนอก อีกทั้ง สามารถปรับตัว ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ตนเองมีการใช้ชีวิตได้อย่างปรกติสุขนั้นเอง เป็นอาคารสำนักงานสมัยใหม่สำหรับปัจจุบันและอนาคต เพื่อรองรับการทำงานที่ทันสมัยในรูปแบบใหม่ อาคารอัจฉริยะทำให้นักธุรกิจได้รับความสะดวกและรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มีระบบการทำงานแบบครบวงจร อาคารอัจฉริยะเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เน้นการใช้พื้นที่ในสำนักงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานสำนักงานมากที่สุด ประเทศในแถบทวีปยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่นได้นำเอาแนวความคิดนี้ไปใช้ในการทำงานโดยเอาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดหรือที่เรียกว่าไฮเทคไปใช้ในอาคาร ในยุคการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงในปัจจุบันทำให้ผลักดันให้เกิดอาคารสำนักงานอัตโนมัติมากขึ้นเพื่อให้สามารถแข่งขันและอยู่รอดได้
อาคารในยุคต้นทศวรรษที่ 80 รูปที่ 1 อาคาร Lloyds Building ออกแบบโดย Richard
อาคารยุคปลายทศวรรษที่ 90รูปที่ 2 อาคาร IBM Century Tower ออกแบบโดย Foster
อาคารที่กำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบอาคารยุคต้นทศวรรษที่ 90รูปที่ 3อาคาร Twin 21 Building อาคารนี้ตั้งอยู่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
อาคารอัจฉริยะจะมีระบบต่าง ๆ เป็นส่วนประกอบมากมายและสามารถทำงานได้อย่างสัมพันธ์กันไม่ว่าเป็นด้านระบบปรับอากาศ ระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ระบบแสงสว่าง ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบสาธารณูปโภคอื่น ๆ รวมทั้งระบบสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งจะเป็นต้องอาศัยการออกแบบอาคารที่มีการวางแผนอย่างดีและสัมพันธ์กันทุกระบบ
การจัดระดับอาคารอัจฉริยะตามเทคโนโลยีที่ใช้ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้
ระดับ 0 เป็นอาคารธุรกิจที่มีระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติที่ควบคุมระบบต่าง ๆ ไม่มากนักและมีระบบคอมพิวเตอร์ใช้งานอย่างอื่น แต่ละระบบทำงานไม่ขึ้นแก่กันแยกกันโดยสิ้นเชิง
ระดับ 1 เป็นอาคารอัจฉริยะระดับเล็กที่สุด มีระบบควบคุมอัตโนมัติ ควบคุมระบบต่าง ๆ ไม่มากนัก และการใช้งานร่วมกับระบบอื่นเป็นแบบง่ายทางด้านฮาร์ดแวร์ และมีการใช้ระบบเครือข่ายภายใน (LAN) ในการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน
ระดับ 2 เป็นอาคารอัจฉริยะระดับกลาง มีระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติและการใช้งานร่วมกับระบบอื่น ๆ อย่างแท้จริง ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ และมีการใช้ระบบเครือข่ายภายใน (LAN) ในการเชื่อมโยงกับระบบสำนักงานอัตโนมัติ
ระดับ 3 เป็นอาคารอัจฉริยะระดับสูงสุด เป็นการใช้ระบบร่วมกันกับระบบควบคุมอาคาร ระบบสำนักงานอัตโนมัติ และระบบโทรคมนาคมเข้าด้วยกันทั้งหมด เทคโนโลยีที่ใช้ในอาคารสำนักงานอัตโนมัติหลัก ๆ ได้แก่ การใช้สายเคเบิลใยแก้วนำแสงเป็นสายหลัก (Backbone) เชื่อมโยงกับอินเตอร์เน็ต ระบบโทรศัพท์แบบสายตรงและระบบตู้สาขาอัตโนมัติต่อเข้าตรง (Direct Inward Dialing: DID) หรือใช้อุปกรณ์ตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติโดยไม่ต้องผ่านโอเปอเรเตอร์ ระบบปรับอากาศแบบประหยัดพลังงาน ระบบโอโซนฆ่าเชื้อโรคในอากาศ ระบบกระจกสองชั้นทุกด้าน (Double reflective glass) เพื่อป้องกันเสียงและการถ่ายเทความร้อนจากภายนอก มีช่องติดตั้งระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต ลิฟต์ความเร็วสูง ระบบศูนย์กลางเวลา (Master Time Clock System) ระบบน้ำดื่มส่วนกลางที่สะอาดปราศจากเชื้อโรค สำนักงานไร้กระดาษ (Paperless) ระบบการควบคุมการเข้าออกอาคารอัตโนมัติ (Access control) ระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ระบบไฟฟ้าสำรอง (Uninterruptible Power Supply: UPS) ฯล